15 สิงหาคม 2551

วันนี้..วันเกิดน้องชายเรา มีเค้ก มีงานฉลอง มีการแหย่กันเล็ก ๆ
อายุน้องชายเพิ่มขึ้นอีกปีสมกับที่ตอนนี้ ม.4 เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เรากินเค้ก...หัวเราะ แกะกุ้งแกะปูกิน หัวเราะเพราะแหย่กัน
จนกระทั่งถึงเวลาที่น้องต้องนอน...เจ้าของวันเกิดขึ้นไปนอน
น้องชายเราขึ้นไปนอน

 

ใกล้ได้เวลาปิดบ้าน...นอน
น่าจะนอนได้อย่างมีความสุข...แต่

 

ก่อนนอนของทุกวัน...ที่บ้าน...จะปล่อยน้องชายอีก2ไปเดินเล่น10นาที
เพื่อไม่ให้ขาเสีย จิตตก อับเฉา...
แต่ไม่มีใครรู้...ว่าหนนี้ออกไปแล้ว
...จะไม่ได้...กลับเข้ารั้วบ้าน

 

ไม่ได้กลับ...เขากรงน้อย ไม่ได้กลับมาใน...รั้วเขียวของบ้านเราอีกแล้ว

 

พี่น้อง...ออกไปกัน2ตัว
น้องชาย...ทั้งสอง...ตอนนี้ได้กลับเข้ากรงนอนแค่...
เพียง...หนึ่ง

 

เราถือว่ามีน้องชายอยู่3...
คือ1คนเจ้าของวันเกิดวันนี้...กับอีก2ตัว
โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ทั้ง2ที่เลี้ยงมา...โตคู่มาด้วยกัน

 

ตอนนี้...น้องที่อายุน้อยที่สุด...เดินทางไกลแล้ว
เหลือแต่ตัวพี่...ที่ตอนนี้ที่พิมพ์อยู่...มันร้องเสียง...แหลม
ราวกับว่ามันจะทวงถาม...น้องชาย...ร่วมกรงของมัน
...ไปไหน

 

รถกระบะใหญ่...จนแม้แต่ถ้าเป็น 'คน' ก็คงไม่เหลือ...อะไร...เช่นกัน
ชน...หมาโกลเด้นอายุ...โตเต็มวัย...เกือบ3ขวบ
ในถนนหมู่บ้านที่ผู้คน...ปิดไฟนอนหลับกัน...แทบหมดแล้ว
คิดดูเถิด...รถนั้นขับมา...เร็วสักแค่ไหน?

 

ชน...อย่างจัง...แต่ไม่แม้แต่...หยุดจอดดู
ต่อหน้าต่อตา...คนเห็นนี้...แทบขาดใจ

 

มือ...พี่จับหัวเธอ...ยังอุ่นนิดๆ
แต่พี่รู้...จากการจับนั้น...เธอโดนทำร้าย
...แค่ไหน

 

บางทีเธอก็ซื่อ...บื้อ...เสียจนพี่ขำเวลาเธอนอนกลิ้ง
พี่แง้มบานเกล็ด...ดูเธอจากในบ้านบ่อยๆ
เธอดื้อ...จนพี่ถ่ายรูปเธอ...ไม่ค่อยได้
ตอนนี้ ฮาร์ดดิสพี่...เสียหาย

 

รูปอันน้อยนิดของเธอ...จะเหลือสักแค่ไหน...ที่กู้มาได้

 

พี่ก็ยัง...ไม่อาจรู้ได้

 

แต่เสียรูป...พี่ไม่เสียใจ...ไม่ร้องไห้
แต่ตัวเธอ...ไม่อาจกลับมา...สู่บ้าน...กรง
รังเธอ...ที่เคยนอนคู่พี่ชายอีกตัวหนึ่ง

 

เธอรู้ไหม...พี่ชายของเธอเอาขาหน้าเขี่ย
ราวกับจะเรียก...ปลุกเธอจากการหลับ...
ไม่ยอมละ...ห่างออกจากเธอ...จนแม้แต่แค่ไปจับต้อง
เขากัด...หวง...ไม่ให้ใครเข้าใกล้ได้
แม้แต่พ่อ...กัดแม้แต่พ่อที่เข้าใกล้เธอ

 

น้องเอย...
พี่แค้น...เจ็บปวด...เสียจนว่ารู้สึก
รู้สึก...ราวกับ...ความโกรธแค้น...กลั่นออกจากร่างกาย
คล้าย...มีตัวตนขึ้น...

 

น้องเอย...
วันที่เธอมา...ตัวเท่าคืบหนึ่งของมือพี่เองแท้ๆ

 

ตอนนี้...
พี่ชายร่วมกรงนอนของเธอ...ถูกจับเข้ากรง
ก่อนที่เรา...จะจ้องมองเธอ...ผู้คน...ออกมา...มองเหตุการณ์
พูด...อะไรบางอย่าง...ทว่า...พี่ไม่อาจได้ยิน

 

แต่ทว่า...พี่ได้ยินเสียง
ทั้งที่หูอื้อ...จนไม่ได้ยินเสียงคนรอบข้าง...ทว่า
ทว่าได้ยิน...เสียงพี่ชายร่วมรังนอนของเธอ...ร้องเสียง...แหลมคราง
เสียง...แหลมคราง...ราวกับรู้
ร้องราว...ถามทวง...น้องฉัน...ไปไหน?

 

นั่นสิ...น้องพี่...ไปไหน?

 

พี่ร้องไห้...ครั้งแรกในรอบ...เกือบสิบปี
ครั้งแรก...ในชั่วกาลนาน...ที่ร้องไห้...ต่อหน้า...ผู้คน
เจ็บปวด...สะกดอย่างไร...พี่ไม่รู้
รู้แต่...รู้สึกได้ว่า...คับแค้น...มันเป็นอย่างไร...เท่านั้น
รู้...เพียงเท่านั้น

 

แม้เคย...สูญเสีย...แสงหนึ่งไป...เมื่อหลาย...สิบปี
ครั้งนั้นพี่คิด...ว่าต่อไปนี้...คงไม่อาจ...ร้องไห้
ไม่อาจร้อง...ต่อหน้าผู้คนได้...เพราะพี่นี้...ไม่ชอบทำ...เช่นนั้น

 

แต่...พี่กลับ...อดทนไม่ได้
และร้องไห้ราวกับ...ในวันนั้น...
ร้องไห้...ในความสูญเสีย...ที่เหมือนกัน
มัน...กระทันหัน...ราวกับตอกย้ำ...สัจจะของโลก
'ไม่มี...สิ่งใดยิ่งยง...แน่นอน'

 

พ่อไป...พร้อมคนอีกบางคน
พร้อมๆร่างกายเธอ...ที่คงไม่รู้สึก...เจ็บปวดอีกแล้ว
ตรงไป...ยังสวนหย่อม...เพื่อนำเธอ...หลับลง...ตลอดกาล

 

อภัยให้พี่...ได้ไหม?
ที่ไม่ได้เดินไป...ส่งเธอ...ลงหลับ
เพราะว่า...แม่ของ 'พวกเรา' ร้องไห้...รอพี่อยู่...ในบ้าน

 

เลือดเธอ...เปื้อนพื้น...และมือพี่
เป็นครั้งแรก...ที่พี่ไม่อยาก...ล้างออก...ราวกับอยากเก็บ...เธอไว้
แม้จะรู้ว่า...ทำไม่ได้

 

หลับนะ...น้องเอย
เธอสอน...ให้พี่รู้ว่า...คับแค้น...เจ็บปวดเป็นเช่นไร
สอน...ให้พี่ระลึกถึงมันได้ 'อีกครั้ง'
หลังจากมันเจือจางลงไป...มากแล้ว

 

ครั้งนี้...สัญญา...จะไม่ลืม
ความเจ็บปวด...ที่เติมเต็มให้...พี่ได้เป็น 'มนุษย์' ...อย่างสมบูรณ์
และสอนให้รู้ว่าไม่ควร...ยิ้มให้สิ่งใดใด...อย่างไร้ค่า

 

เดินทางไปเถิด...น้องเอย
เดินทางไกล...แม้เธอจะไม่ได้มีโอกาส...เตรียมตัว...และหัวใจ...อย่างใครเขา
ไปวิ่งเล่น...ในทุ่งโล่ง...สีทอง...มอง...ตะวันตกดิน
ส่งเสียง...อย่างเป็นสุข...ดุจเสียง...เรียกขาน...อ่อนหวานนั้น

 

อย่าห่วงใย...สิ่งใด
ตัวพี่...แม้ร้องไห้...เจ็บแค้น...สาหัส
แต่...จะไม่มีวัน...ย่นระย่อ...ต่อสิ่งใดอีก
และใช้...เวลาที่เหลือ...ราวกับว่า...เป็นส่วนหนึ่ง

 

ส่วนหนึ่ง...อันได้มาจากเธอ

 

...

 

 

รู้ไหม...?

 

 

"พี่รักเธอเหลือเกิน...แม้ไม่เคยพูด...ให้เธอฟัง"

 

 

Only human

Kanashimi no mukou kishi ni
Hohoemi ga aru toiu yo

Kanashimi no mukou kishi ni
Hohoemi ga aru to iu yo
Tadori tsuku sono saki ni wa
Nani ga bokura wo matteru?

Nigeru tame ja naku yume ou tame ni
Tabi ni deta hazusa tooi natsu no ano hi

Ashita sae mieta nara tame iki mo nai kedo
Nagare ni sakarau fune no you ni
Ima wa mae he susume

Kurushimi no tsukita basho ni
Shiawase ga matsu toiu yo
Boku wa mada sagashite iru
Kisetsu hazure no himawari

Kobushi nigirishime asahi wo mateba
Akai tsume ato ni namida kirari ochiru

Kodoku ni mo nareta nara
Tsuki akari tayori ni
Hane naki tsubasa de tobi tatou
Motto mae he susume

Amagumo ga kireta nara
Nureta michi kagayaku
Yami dake ga oshiete kureru
Tsuyoi tsuyoi hikari
Tsuyoku mae he susume

...........................................................................

เขาว่ากันว่าที่ฝั่งอีกด้านของความเศร้า จะมีรอยยิ้มอยู่
เขาว่ากันว่าที่ฝั่งอีกด้านของความเศร้า จะมีรอยยิ้มอยู่
กว่าเราจะไปถึงที่ๆนั้น จะมีอะไรบ้างที่รอพวกเราอยู่?
ปกติแล้วคนเราออกเดินทาง
เพื่อตามหาความฝันไม่ใช่เพื่อหนีกับปัญหาใดๆ
เพียงแค่เราเห็นวันพรุ่งนี้ เราจะไม่ต้องถอนหายใจอีกแล้ว
เพราะฉะนั้นตอนนี้ จงก้าวไปข้างหน้า
ให้เหมือนกับเรือที่แล่นทวนกระแสน้ำ
เขาว่ากันว่าตรงที่ซึ่งความทุกข์ทรมานหมดสิ้นไป ความสุขจะรออยู่
ฉันเองก็ยังคงตามหาดอกทานตะวันหลงฤดูอยู่ต่อไป
หากเรากำหมัดสู้ รอจนถึงเช้าวันใหม่
เมื่อรอยเล็บจิกเป็นสีแดงเมื่อไหร่ น้ำตาของเราก็คงไหลออกมา
เพียงแค่เราเคยชินกับความโดดเดี่ยวเดียวดาย เราก็จะมีแสงจันทร์เป็นที่พึ่งพิง
จงก้าวไปข้างหน้าต่อไป
บินต่อไปด้วยปีกที่ไร้ขน
เพียงแค่เมฆฝนหายไป ก็จะเห็นแสงระยิบจากถนนที่เปียกน้ำ
ความมืดมิดเท่านั้นที่จะสอนเรา
ว่าจงเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง
จึงจะพบกับแสงอันแรงกล้า
...
Translate by Yord
From k-diary
 
 
เพลง Only Human เหมือนเปิดให้ตัวเองฟังมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น
เพราะเนื้อหาของมันเยียวยาได้พอสมควร
 
แต่หลังจากร้องไห้จนหยุดร้อง ตอนนี้มีบ้างที่มองน้องชายตัวที่ยังเหลือแล้วน้ำตาไหล
เพราะบางทีมันทำท่าทางแปลกๆ อย่างเดินเข้าไปวนๆในกรงเหมือนหาอะไรสักอย่างทั้งที่ไม่เคยทำ
น้องชายตัวที่ยังเหลือวันนี้ทั้งวันไม่เห่าเลย...
 
 
ตอนที่เดินออกไปซื้อข้าวกินก็มีคนถามเรื่องเมื่อคืน
เวลาคนพูดว่า "เมื่อคืนหมาโดนรถทับตายเหรอคะ"
 
 
มันเหมือนมีคนเอาไม้หน้าสามมาตีหัวยังไงไม่รู้นะ...
 
 
ขนาดไปซื้อกล้วยทอดให้เอล์ฟ(น้องตัวที่เหลือ)แม่ค้ายังถาม...คิดดู
ไม่ใช่ว่าโกรธเขาหรอก...ตัวเราต่างหากที่รู้ดีแต่ไม่อยากฟัง
แผลมันยังสดใหม่เกินไปกว่าที่จะให้ใครสะกิดได้
 
 
ป้าบ้านข้าง ๆ ที่สนิทกันบอกว่าได้ยินเสียง เห็นอยู่แต่ไม่กล้าเดินมาดู
แกว่า...แกได้ยินเสียงดังกร๊อบตั้ง2ครั้ง...แกรู้ว่าไม่รอดแน่...เลยไม่กล้ามาดูกลัวทนไม่ได้
ขนาดว่ามองไกล ๆ เลือดยังไหลเหมือนใครมาสาดน้ำเป็นถังๆ...แกก็ว่าแกกลัวจริงๆ
 
 
เมื่อคืนนั่งเงียบๆ...นอนไม่หลับจริง ๆ ถึงคนอื่นจะนอนกันหมด
พ่อหลับ...แม่หลับ...น้องชายของเราที่เป็นเจ้าของวันเกิดหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เพราะมันขึ้นไปหลับตั้งหลายชั่วโมงแล้ว...ก่อนที่น้องคนเล็กจะไป
เรานอนไม่หลับ...เสียใจไหมก็คงใช่...มากจนพูดไม่ออก
แต่คำว่าแค้นมันก็เยอะสูสีกัน...แต่เชื่อเถอะ...ไม่เคยแค้นอะไรเท่านี้
 
 
คนอื่น ๆ ถึงจะนอนไม่ค่อยหลับแต่เพราะเหนื่อย...ก็ค่อย ๆ ทยอยหลับ
ตัวเอง...ตี3ก็ยังนอนไม่หลับ
 
 
...
 
 
เมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อนสนิทกัน...ลูกชายของเพื่อนที่เป็นพันธุ์อัลเซเชี่ยนก็พึ่งจะตายไป
ก็ยังปลอบใจกันไปหยก ๆ ...ว่าเขาถึงเวลาไปเพราะอายุก็จะเป็นสิบปีแล้ว
เข้าใจดีว่าเลี้ยงดูมา ตอนนั้นก็ปลอบกันอยู่หลายวัน...เพราะตัวเองก็เลี้ยงน้องตั้ง2ตัว
เข้าใจ...ว่ารักมันเป็นอย่างไร
 
 
เพื่อนเริ่มจะทำใจได้ ไปมีตติ้งดอล...ก็เห็นเขาโอเคขึ้น
ตัวเอง...พึ่งจะเบาใจไป...ว่าเพื่อนเริ่มดีขึ้นบ้าง
 
 
แต่น่าหัวเราะเยาะโลก...ไม่รู้ว่าจะเล่นตลกไปไหน
จากลูกชายของเพื่อน...ถัดมาก็น้องชายคนเล็กสุดของเราทันที...
เรียกว่าเหตุการณ์ห่างกัน...แทบไม่พ้นเดือน
 
 
แล้วเขาก็ไป...ชนิดที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
 
 
ทั้งคืนได้แต่นั่งคิด...นี่มันอะไร?
ทำไมมัน...ไวอย่างนี้?
 
 
...
 
 
ใครจะว่า...เราเซนซิทิฟ...เราก็ไม่ใส่ใจ
เพราะจริง ๆ ก็คือ...ไม่ว่าหมา...ปลา...ตุ๊กตา...คน
เราก็รักหมด...นั่นแหละ
 
 
ขนาดจะเขียนนิยาย...ตัวละครที่เป็นของตัวเอง
เขียน...ให้เขาตาย...ตามเนื้อเรื่อง
...เรายังร้องไห้...ไม่รู้ทำไม
 
 
อาจเพราะนิยายที่เขียน...ตัวละครที่มี...เกิดจากการฝันเห็น
เลยอาจจะทำให้...ผูกพัน...
 
 
ตอนที่ฝันแล้วมีฉาก...ตัวละครตาย...ก็ยังน้ำตาไหล
อีตอนจะเขียน...พอถึงฉากนั้น...พอจะเริ่มบรรยาย...ก็จะร้องไห้อีก
เพราะงี้...ถึงเขียนนิยายออริจินอลของตัวเอง...ไม่จบสักที
เพราะแม้ว่า...เขาจะเป็นแค่...ตัวละครของเรา
ไม่มี...ตัวตนจริง
แต่เราก็ยังผูกพัน...จนบางครั้งก็อธิบายได้ยาก
 
 
...
 
 
เมื่อคืน...จะตี4มันก็นอนไม่หลับเสียที
ก็เลย...กินยา...ให้นอน
ตื่นมา...ก็ยังทำใจลำบาก...ยากจะพูด
 
 
ไม่รู้เมื่อไหร่...จะเลิกมองเอล์ฟ...มองเจ้าตัวที่เหลือ...แล้วเลิกร้องไห้
คงต้องใช้...เวลา...อาจจะนานหน่อย
เพราะเจ้าตัว...ทำท่า...ให้คิดถึง...เจ้าตัวเล็กสุดที่พึ่งไป...ทุกที
และคงจะอีกสักระยะ...ที่เอล์ฟจะเลิกร้องเรียก...ด้วยเสียงแหลมๆ
และเลิก...มองหา...อะไรบางอย่าง
 
 
ภาวนาแค่...อย่าให้มันตาม...
ไม่ตาม...น้องเล็กของมันไป...อีกตัวหนึ่ง
เพราะถ้ามากไปกว่านี้...ก็คงทนไม่ไหว
 
 
แต่ตั้งใจ...ว่าพรุ่งนี้...จะทำบุญไปให้...
เขาจะได้...ไปดีๆ
 
 
...
 
 
ขอบคุณ...
ต่วยเอ๋ย...ความแค้น...ห้ามไม่ได้จริง ๆ ...ถึงรู้ว่ามันไม่ดี
แต่จะพยายาม...มีสติกว่านี้
และทำให้...นิ่งได้กว่านี้
ความเศร้าเอง...ก็จะพยายามเก็บ...ให้มิดเช่นกัน
อย่างน้อย...ตอนนี้ก็คงไม่ต้องเจ็บปวดแล้ว
พอคิดแบบนี้...บางนาที...ก็รู้สึกดีขึ้น....
...บ้าง
 
 
ขอบคุณ...พี่ๆทุกคนมาก
 
 
...
 
 
อาจไม่ได้อับอะไร...อีกสักพัก...การจัดเรียงไฟล์...พยายามมากๆที่จะทำต่อ
ทำ...ให้มันยุ่งเข้าไว้...จะได้ไม่คิด...มากนัก
อาจดอง...กันอีกหลายวันหน่อย
 
 
คนที่รอ...นิยายอยู่...อาจรอนาน...มากๆ
ขอโทษด้วย
 
 
ขอบคุณ...มากค่ะ