『空』SKY-01:REBORN FanFiction [X27]
posted on 01 Aug 2008 01:39 by luvlessparadise in Luv-Fiction
คำเตือน:Warning Y , Yaoi ใครไม่รู้จักว่าคืออะไร...ปิดหน้าต่างนี้ลงไปเถอะค่ะ
『空』SKY:REBORN FanFiction [X27]
By:LUVLESS
PART:01 NOBODY KNOWS
‘ไม่ว่าที่ไหน...นภาก็มีได้เพียงหนึ่ง'
ร่างเล็กบางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมสีดำสนิท มือเล็กกระชับเสื้อนอกที่สวมใส่อยู่ก่อนจะกลัดกระดุมเสื้อสูทให้เข้าที่ เจ้าของร่างสำรวจตัวเองอย่างถี่ถ้วนในความเงียบก่อนที่จะเดินตรงไปยังประตูห้อง ซึ่งภายนอกนั้นมียามาโมโตะและโกคุเดระรอคอยอยู่
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับท่านรุ่นที่10" โกคุเดระเอ่ยรายงานในขณะที่ร่างสูงอีกหนึ่งก้าวเข้ามาเดินขนาบข้างร่างเล็กเช่นกัน
ร่างค่อนข้างเล็กบางซึ่งเป็นท้องฟ้าอันเจิดจ้าเพียงหนึ่งเดียวแห่งวองโกเล่พยักหน้ารับคำจากโกคุเดระ สึนะโยชิที่ปัจจุบันขยับเข้าใกล้ตำแหน่งรุ่นที่10แห่งวองโกเล่อย่างเต็มตัวเข้าไปทุกทีนั้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ3ปีที่ได้เดินทางมาพบกับรุ่นที่9ด้วยตนเอง
"สควอลโล่บอกว่า ที่หนนี้รุ่นที่9ต้องการพบสึนะ อาจะเป็นเพราะต้องการโน้มน้าวให้อยู่ที่นี่เป็นการถาวรเสียที" ยามาโมโตะเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้พูดคุยกับสควอลโล่เมื่อ 2 วันก่อน
"เรื่องนั้นน่ะ...ยังไม่ได้หรอก" ร่างเล็กพูดเบาแค่พอให้ได้ยินกันสามคน "ถึงอะไร ๆ จะเรียบร้อยดี แต่อย่างไรตัวฉันเองที่ยังอ่อนแออยู่อย่างนี้ ก็ไม่มีทางเหมาะสม..."
มิรู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่สึนะเอ่ยเช่นนี้ โกคุเดระหันไปสบตากับร่างที่สูงกว่าซึ่งปรากฏว่ายามาโมโตะเองก็กำลังมองมาที่ตนเองเช่นกัน ใจจริงแล้วทั้งคู่เองต้องการเอ่ยแย้ง แต่ทว่าก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้งยามที่แลเห็นดวงตาของเพื่อนกึ่งนายจับจ้องมา
ในดวงตาคู่นั้น...มีร่องรอยขื่นขมที่เจ้าตัวพยายามกลบฝัง
แสงสว่างส่องผ่านบานกระจกใสมาจากภายนอก วันนี้แดดยามสายแลแรงกว่าปรกติ ทำให้หยดน้ำบนยอดหญ้าสะท้อนกับแสงอาทิตย์บนท้องฟ้ามองเห็นเป็นประกายยะยับอยู่ สึนะมองออกไปด้านนอกด้วยใบหน้าสงบนิ่งก่อนที่จะยิ้มอ่อน ๆ ขึ้นเมื่อสายตาแลไปเห็นผีเสื้อซึ่งเกาะอยู่บนดอกไม้ดอกน้อยในสวนอันกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม...ยามาโมโตะกลับขอบใจที่มันทำให้สึนะยิ้มได้
ช่วงปีหลัง ๆ ที่ผ่านมานี้ บ่อยครั้งที่ร่างสูงแลเห็นความหม่นหมองกวนวนอยู่ในแววตาของร่างที่เล็กกว่า นานนับเดือน นานนับปี จนท้ายที่สุดสึนะก็ยิ้มให้กับสิ่งรอบข้างลดน้อยลงทุกที สวนทางกันกับฝีมือและการตัดสินใจที่ดูจะรอบคอบและเติบโตขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านพ้นมา แต่ทว่านั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ยามาโมโตะคาดหวังเลย เมื่อมองสภาพสึนะในยามนี้เขากลับต้องการเห็นเพื่อนผู้ไม่มั่นใจในตัวเองทว่าช่างยิ้ม มากกว่าว่าที่รุ่นที่10 ที่แม้แต่จะยิ้มอย่างเต็มที่สักครั้งก็ยังไม่อาจทำได้
‘จะยังโศกเศร้า โทษตัวเองว่าไม่เอาไหน จนลืมความสุขในหัวใจ...ไปจนถึงเมื่อไหร่หรือ ?'
เสียงแว่วของฝีเท้าย่ำหนัก ๆ ทำให้ทั้งสามคนเพ่งความสนใจไปยังต้นเสียงซึ่งดูเหมือนกำลังเดินมาจากอีกฝั่งหนึ่งของระเบียงทางเดิน เสียงถกเถียงเอะอะอย่างโกรธเกรี้ยวดังมาพร้อม ๆ คำสบถ...เท่านี้ทั้งหมดก็รู้แล้วว่าคนที่กำลังเดินมาคือใคร
"ไอ้พวกสวะเอ๊ย! ไม่ได้เรื่องกันสักตัว แล้วตาแก่นั่นตกลงจะเอายังไงแน่!!" แซนซัสเอ่ยด้วยเสียงเกรี้ยวระคนอาการคำรามลึกในลำคอ
ร่างสูงของบอสแห่งวาเรียมีสควอลโล่เดินขนาบข้างมาพร้อมกัน แต่ทว่าในขณะที่แซนซัสกำลังหัวเสีย ฉลามหนุ่มกลับเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ระเบียงทางเดินนี้มิได้มีแค่พวกตนเท่านั้น เจ้าของดวงตาสีฟ้ายิ้มกวนใส่เจ้าของเส้นผมสีดำสนิทซึ่งยืนเคียงข้างมากับสึนะก่อนที่ทางฝ่ายยามาโมโตะจะเอ่ยทักออกไป
" ท่าทางวุ่นวายกันน่าดูเลยนะพวกวาเรียเนี่ย" ยามาโมโตะหยอกใส่สควอลโล่ก่อนจะแอบหลิ่วตาไปทางแซนซัส ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวกำลังปั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทั้งสควอลโล่และตัวยามาโมโตะเองต่างก็รู้เหตุผลดี
"ไอ้คนที่เมื่อสองวันก่อนโทรมาหาเหาใส่หัวให้น่ะ ไม่มีสิทธิ์พูดหรอกนะเจ้าโง่!" สควอลโล่ตอบเสียงกร้าวระคนอาการกลั้วหัวเราะ
ถึงจะไม่น่าเชื่อ แต่เวลาที่ผ่านมาหลายปีจากที่น่าจะโกรธแค้นยามาโมโตะ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ เข้าก็กลายเป็นว่าทั้งคู่กลับสนิทกันไปอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้
สึนะมองดูยามาโมโตะพูดกับสควอลโล่ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่ามีใครคนหนึ่งกำลังจ้องมายังตนเองเช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลเบนไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบของบอสแห่งวาเรียซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวกำลังหน้าบูดบึ้ง ดวงตาสีเพลิงมองมายังร่างที่เล็กกว่าด้วยสายตาคมกร้าว
"ไงล่ะเจ้าสวะ...โผล่หัวมาได้แล้วรึไง"
เมื่อร่างสูงเอ่ยปากพูดออกมาเท่านั้น ก็ทำเอาโกคุเดระถึงกับอารมณ์ขึ้น เพราะไม่ว่าอย่างไรสึนะก็เป็นว่าที่รุ่นที่10ที่ตนเองเคารพนับถือ การที่แซนซัสเอาแต่เรียกสึนะของพวกตนเองว่า‘สวะ'มันก่อให้เกิดความรู้สึกขัดอกขัดใจมากเสียจนเจ้าตัวอยากจะวางมวยกับบอสแห่งวาเรียดูสักตั้ง
"อืม...พอดีท่านรุ่นที่9เรียกมาพบ ขอโทษนะที่ไม่ได้โผล่หัวมาให้เห็น" สึนะตอบด้วยคำพูดและรูปประโยคที่แปลกไปจากปรกติ คล้ายต้องการย้อนคำพูดของแซนซัสไปพร้อมกัน แม้ว่าน้ำเสียงนั้นจะสงบราวกับเจ้าตัวมีเจตนาคล้อยตามคำพูดของแซนซัส แต่ทว่าลึก ๆ แล้วดูท่าว่าจะไม่ใช่
"แต่ก็คิดว่าคนที่เป็นตัวกวนตากวนใจอย่างฉัน การจะมาให้เห็นก็คงไม่เหมาะ...ใช่ไหม?" ในขณะที่แซนซัสยังไม่ทันเอ่ยอันใด ร่างเล็กกว่าก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเนือยซึ่งน่าจะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด แต่ทว่าก็มิรู้ทำไม...ประโยคนั้นมันกลับทำให้ชายหนุ่มเกิดความรู้สึกกดทับในอกขึ้นมาได้อย่างประหลาด
แซนซัสปรายตามอง...คนตัวเล็กสภาพซึ่งในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาอีกแล้ว สึนะในวันนี้ไม่ว่าใครก็คงไม่กล้าปรามาสว่าเป็นเจ้าคนไร้น้ำยา และขี้ขลาดไม่เหมาะสมกับหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียอีกต่อไป ดวงตาที่เคยฉายแต่แววแห่งความตื่นตระหนก บัดนี้กลายเป็นดวงตากลมที่คมและสงบนิ่งเสียจนแม้แต่เขาเองก็ยังรู้สึกแปลกประหลาดยามสบตาด้วย
คนตัวบางเหลียวกลับไปให้สัญญาณกับโกคุเดระก่อนที่จะเบี่ยงตัวเพื่อที่จะเดินสวนไป การกระทำนั้นยังผลให้ร่างสูงกว่าไม่พอใจอย่างมาก มือหนาจับท่อนแขนของร่างเล็กกว่ากระชากให้หันกลับมาสบตาด้วย เสียงเล็ก ๆ หลุดปากอุทานออกมาแผ่วเบาในขณะที่ใบหน้าคมลดใบหน้าลงจับจ้องดวงตาสีน้ำตาลนั้น นัยน์ตาสีแดงราวสีแห่งทะเลเพลิงอันพร่าพล่านจ้องลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่าย
"น่าสนใจดีนี่! ดูเหมือนเดี๋ยวนี้จะกล้าทำแบบนี้กับฉันได้แล้วสินะ"
เป็นครั้งแรกในชั่วระยะหลายเดือนที่ยามาโมโตะเห็นว่าสึนะแสดงสีหน้าหวาดหวั่นให้เห็น ร่างเล็ก ๆ อยู่ใกล้ใบหน้าคมเสียจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของลมหายใจที่กรุ่นอยู่ปลายจมูก ดวงตาสีแดงเข้มจ้องเขม็งเสียจนหลังจากทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวินาที สึนะถึงสะบัดแขนเพื่อพาตัวเองให้หลุดออกจากการดึงรั้งไปให้ได้ พร้อม ๆ กับยามาโมโตะเองที่สอดแขนเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ สายตาของผู้พิทักษ์ยามที่พบว่านภากำลังตกที่นั่งลำบาก...เอาเรื่องพอกันทั้งคู่
และด้วยเหตุนั้นแซนซัสจึงยอมท่าถอยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหยันอยู่น้อย ๆ สีหน้าบอสแห่งวาเรียแสดงให้เห็นถึงความคิดดูถูกดูแคลนที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี มันก็ไม่เคยหายไปไหนเลยสำหรับเมื่อยามที่มองดูว่าที่รุ่นที่10ที่ต้องพึ่งพาแต่ผู้อื่น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาสึนะพยายามอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องการที่จะลบภาพสายตาที่เหยียดหยามให้เจ็บปวดคู่นี้ออกไปจากหัวใจให้ได้ ทว่าท้ายที่สุดวินาทีนี้กลับพบว่าตนเองก็ยังเป็นได้แค่คนที่ไม่เอาไหน ทนไม่ได้เลยแม้กระทั่งการถูกเนตรสีเพลิงนั้นจับจ้องอย่างเหยียดหยาม
"จากครั้งสุดท้ายที่พบกัน ดูเหมือนฉันจะประเมินสวะอย่างแกสูงไปหน่อย...หลงคิดว่าจะได้เรื่องได้ราวขึ้นมาบ้าง แต่ดูท่าก็ยังเป็นไอ้ตัวไม่ได้ความอยู่เหมือนเดิมสินะ?"
"มันจะมากไปแล้วนะ!!"ยามาโมโตะซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยสอดปากยุ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึกเย็นเยียบ
"เห็นว่ายอมให้ก็อย่าได้ใจว่าจะไม่กล้าทำอะไรนะ วาเรียมันสูงส่งแค่ไหนกันถึงได้พูดแบบนี้ใส่ท่านรุ่นที่10ได้!" โกคุเดระเองก็เหลืออดเหลือทนเช่นกัน เขารู้ตัวดีว่าตนเองทนคำพูดของบอสใหญ่แห่งวาเรียไม่ค่อยจะได้ ทว่าด้วยความที่ก่อนหน้านี้สึนะขอร้องไว้ว่าให้อดทนกับสิ่งที่อาจจะต้องเกิดขึ้น เขาถึงได้ทนฟังอยู่เงียบ ๆ ...แต่ทว่าตอนนี้รู้สึกเหมือนจะสุดทนเต็มทีแล้วเช่นกัน
ฉลามหนุ่มมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะถอนใจอย่างระอาเล็ก ๆ สควอลโล่รู้สึกรำคาญที่บางครั้งบอสเองก็แสดงออกได้ไม่เข้าท่าแถมยังไม่เข้าใจตัวเองเสียที
3ปีก่อนแซนซัสและสควอลโล่ถูกท่านรุ่นที่9สั่งให้ไปใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาอยู่ในโรงเรียนเดียวกับซาวาดะ สึนะโยชิ เหตุผลที่มีให้ก็เพียงแค่ต้องการให้แซนซัสลดทิฐิของตัวเองที่มีต่อสึนะลงไปบ้าง แต่ทว่าสควอลโล่กลับรู้สึกว่ายิ่งเจอกันเท่าไรก็มีแต่จะได้วางมวยกันมากขึ้นเท่านั้น จนสุดท้ายทั้งตนเองและบอสก็ถูกเรียกกลับมาจากญี่ปุ่น ล้มเลิกการส่งพวกตนเองไปเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกับพวกสึนะเพราะมีเหตุด่วน
3ปีนับจากนั้นจะว่าไปแล้วถึงสควอลโล่อาจจะได้พบหน้าว่าที่รุ่นที่10อยู่บ้าง แต่สำหรับแซนซัสแล้วกลับไม่มีโอกาสได้พบเลย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น มันก็น่าแปลกที่เมื่อสควอลโล่ต้องมีอันได้ไปพบกับ‘นภา'ต่อจากนั้นมา จะต้องมีสักครั้งหนึ่งที่บอสแห่งวาเรียมักจะหาเรื่องให้เขาต้องได้เล่าเกี่ยวกับเจ้าเด็กตัวเล็กคนนี้ทุกครั้งไป จะทางตรงบ้าง ทางอ้อมบ้าง แต่ก็ต้องมีสักครั้งที่มีอันต้องเล่าถึงวองโกเล่รุ่นที่10
เหมือนจะชังหน้า...ทว่ากลับแสดงอาการใส่ใจเสียจนตัวเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อ
สึนะที่ท้ายสุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องอดทนให้ได้นั้นรั้งแขนของทั้งยามาโมโตะและโกคุเดระไว้ ร่างเล็ก ๆ เอ่ยแผ่วเบาโดยไม่หันไปสบตาคนที่มีแต่คำพูดถากถางเจ็บช้ำมาให้
"ท่านรุ่นที่9คงคอยนานแล้ว...เราควรต้องรีบกันเสียที" มือเล็ก ๆ กำแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เหลียวมองคน ๆ นั้น
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ไม่สามารถสบตาคู่นั้นได้โดยไม่เจ็บปวดเลยแม้สักครั้ง...หัวใจมันมักจะเต้นเร็วอย่างเจ็บปวด กลัวเหลือเกิน...ว่าถ้าหากเผลอให้ดวงตาคู่นั้นมองลึกลงมา ก็กลัวว่าท้ายที่สุดอีกฝ่ายจะค้นพบความลับที่ต้องการกลบฝัง
‘ความลับ' ที่ไม่มีใครรู้...นอกจากตัวเราเอง
[TBC]
สวัสดีค่ะ ![]()
หลังจากที่นำ『光』ของเรื่อง Nabari No Ou มาลง ในที่สุดก็ถึงคิว X27จนได้
Luvจะลง2เรื่องนี้สลับกันนะคะ เพื่อกันการดอง555+(จะกันได้ไหม๊เนี่ย)
สำหรับคนที่ผ่านมาอ่าน Luvขอขอบคุณสำหรับคนที่อ่านแล้วรู้สึกชอบและอยากติดตามตอนต่อไปนะคะ รักคนอ่านทุกคนค่ะ 555+
เรารู้ตัวว่าชอบคู่แปลกกว่าคนอื่นเค้าไปหน่อย555+ แต่ถ้าใครชอบคู่นี้เหมือน ๆ กันละก็คุยกันได้นะคะ ![]()
ส่วนตัวยอมรับว่ายังไม่ชินเวลาเขียนเกี่ยวกับบอสเลย (จะว่าไปใน『光』ของเรื่อง Nabari No Ou ก็รู้สึกว่าโยอิเตะเขียนยากเช่นกัน TAT มันผิดที่คนเขียนไม่เก่งเองมากกว่ามั้งเนี่ยงานนี้)
ตอบตอมเมนต์เอนทรี่ก่อนหน้านี้นะคะ...
ตอบ Sarren - ตอนแรกคิดว่าคู่โยอิเตะคงเป็นคู่หลักละค่ะ แต่แรก ๆ แอบชอบคุณครูใจอ่อนมากกว่า ทว่าไป ๆมาๆอ่านแล้วคะแนนโยอิเตะแซงทางโค้ง ทั้งสงสารทั้งเห็นใจ (กระฮึก)
พยายามใช้สำนวนไม่ให้หวือหวา เพราะธรรมชาติของโยอิเตะกับมิฮารุไม่เหมาะกับอะไรแบบนั้นเลย กลัวว่าจะไม่ได้อารมณ์เลยคุมสำนวนเต็มที่ให้อยู่ในร่องในรอย ขอบคุณมากค่ะที่ไม่เบื่อไปซะก่อน
ตอบ Lynx - พี่ก็คิดคล้าย ๆ เบนส์นะ แต่ต่างกันนิดหน่อย ไว้รอเขียนถึงตรงนั้นละกันจ้ะ อาจจะเหมือนกันก็ได้ ว่ามิฮารุในความคิดของพี่กับเบนส์จะคล้ายกันมากไหม พี่ว่าโยอิเตะทำให้มิฮารุยิ่งสนใจเพราะเป็นคนที่พยายามกันตัวเองจากคนรอบข้างละมั้ง ดังนั้นมิฮารุที่เจอแต่คนมาสนใจ ก็เลยรู้สึกอยากเดินเข้าไปหาโยอิเตะบ้าง อะไรแบบนี้น่ะจ้ะ
ตอบ Π| Lёŕΰşέ∫ ІΠ - ขอบคุณที่ติดตามต่อนะ
ส่วนมากจะบรรยายแบบกลาง ๆ นะ ให้คนที่ดูอนิเมต่อารมณ์ติด พอๆกับคนที่อ่านแค่คอมมิค ดีใจค่ะที่ชอบ ขอบคุณนะ

แต่ว่า X27(ผู้ใหญ่นิดๆ)เนี่ย
หุหุหุหุหุหุ ชอบมากกกกกกกกก (ฮา)
แถมเราไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่า 80S >[]<
อ่านแล้วคิดงี้จริงๆนะ หุหุ
จะรออ่านตอนต่อนะจ้า~
#1 By dearchan on 2008-08-01 06:36