[SF] Rabbit Say 'Good Bye'
posted on 23 May 2009 18:23 by luvlessparadise in Luv-Fiction
เคยคิดไหมว่า...นอกจากมนุษย์แล้วสัตว์ก็เล่านิทานเป็น ?
[SF] Rabbit Say 'Good Bye'
กระต่าย
ตัวหนึ่งในป่า...มันผอมโกรกและมีขนสีขาวขุ่น
มองดูไม่น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนกระต่ายทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
ขนสีขาวอันขมุกขมอมของมันมีเศษดินและเลนเปื้อนเปรอะไปทั่ว
และดวงตากลมโตที่เคยใสแจ๋วเหมือนลูกปัดแดงบัดนี้เป็นสีแดงคล้ำ
เต็มไปด้วยร่องรอยโศกเศร้าหม่นหมองอันยากที่จะกลบฝัง
ขอบตาของมัน
แดงช้ำ...ดูโรยล้ากว่ากระต่ายหนุ่มสาวทั่วไป
เมื่อยามที่มันเดินอุ้งเท้าจะสั่นน้อย ๆ คล้ายไม่มีเรี่ยวแรงก้าวย่าง
ทว่าท้ายที่สุดมันก็ไม่เปลี่ยนใจที่จะตัดสินใจลาจากป่าแห่งนี้
ป่านี้ไม่ใช่ป่าที่มันอยู่มาก่อนตั้งแต่เมื่อมันถือเกิด
แต่มันย้ายป่าที่อยู่มาแล้วหลายครั้ง
คงเพราะมันต้องการค้นหาสิ่งที่มันจะต้องทำมาตลอดชีวิตของมันทว่าไม่เคยพบ
และครั้งนี้เองก็ถึงเวลาแล้วที่มันจะบอกลาป่าแห่งนี้ที่มันอาศัยอยู่มาหลายฤดูไปอีกครั้ง
สัตว์ป่าหลายตัวเอ่ยถาม…
"เจ้า...จะเดินทางหนีไปยังป่าใด ?"
กระต่ายมองหน้าสัตว์ที่เอ่ยถามแล้วได้แต่ตอบว่า
สัตว์บางตัวไม่เข้าใจ...
ถึงแม้พวกมันจะไม่ได้นิยมชมชอบเจ้ากระต่ายมากมายเป็นพิเศษ แต่พวกเขาก็มิได้เกลียดมัน
ลูกสัตว์หลายตัวแอบหนีจากพ่อแม่เพื่อมาล่ำลา...เจ้ากระต่ายได้แต่ยิ้มให้แก่เพื่อนเล่นต่างวัยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
" พี่จะไปที่ไหนหรือ? ที่นี่ไม่ใช่บ้านพี่หรืออย่างไร? "
เจ้ากระต่ายฟังลูกสัตว์ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นเอ่ยถามอย่างไม่สบายใจ มันได้แต่ยิ้ม...แล้วจึงตอบ
"
อย่าห่วง...ยังมีอาณาจักรมากมายให้แวะเวียนไปอาศัย
ตัวพี่จำเป็นต้องย้ายไปเรื่อย ๆ เพื่อค้นหาอาณาจักรที่เป็นของตัวพี่เอง
และค้นหาคนซึ่งเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
เหตุผลที่ตัวพี่ต้องไปแล้ว...ก็เพราะที่นี่ไม่มีคนของพี่อยู่
เมื่อรู้ว่ายังไม่พบพี่จึงต้องไปจากที่นี่เสียที "
...
เด็ก ๆ ฟังแล้วสบายใจ ที่กระต่ายยังมีที่ไปซึ่งฟังดูน่าอยู่และสุขสบายดี
ไม่น่าจะมีความลำบากอะไรรออยู่
ดังนั้นลูกสัตว์ทุกตัวจึงเอ่ยคำล่ำลากับกระต่ายแล้วจึงแยกย้ายกลับบ้าน
ที่เหลือ...
มีเพียงลูกเสือที่เริ่มจะเติบโตเต็มวัย
มันยังยืนจับจ้องเจ้ากระต่ายด้วยสายตาเดียวดายก่อนจะเดินเข้ามาวนรอบ ๆ
เจ้ากระต่าย
มันปรารถนาเพียงให้ในค่ำคืนสุดท้ายนี้กระต่ายจะได้นอนหลับอย่างเป็นสุข
เจ้ากระต่าย...ซุกซบลงบนตัวมันเพื่อนอนหลับอย่างสบายในคืนสุดท้าย ก่อนที่จะออกเดินทางเมื่อฟ้าสางเดินทางมาเยือน
ระหว่างที่ดวงดาราและเดือนดวงโตลอยเลื่อน
ท้องฟ้าสีแพรต่วนเข้มห่อหุ้มผืนป่าเพื่อใช้ความมืดมิดต่างคอกกั้น
แบ่งให้เสือหนุ่มกับร่างสีขาวจ้อยคลับคลายอยู่โดดดายกันเพียงลำพังกลางพุ่มพฤกษ์
"สภาพเจ้าโรยล้าเหลือเกิน จะไปใย ?"
เสือหนุ่มถามในขณะที่เจ้ากระต่ายเพียงซบลงบนเส้นขนอ่อนนุ่มของมันพลางหลับตานิ่ง
" แล้วทำไม...ข้าพเจ้าจะต้องไม่ไปเล่า ? "
เจ้าเสือหนุ่มสะบัดเสียงครางฮึ่ม ๆ ในลำคอ ก่อนร่างลายพาดกลอนจะเอ่ยคำเสมือนไม่ชอบใจเท่าใดนักที่ตนเองถูกยอกย้อน
"
เจ้าทำราวกับอยู่ป่านี้ข้าจะปกป้องเจ้าไม่ได้ ถึงแม้ว่าใคร ๆ
จะไม่ใคร่ใส่ใจจะปกป้องเจ้านัก...ทว่าตัวข้ายังมีพละกำลังของวัยหนุ่มอยู่
มากพอที่จะปกป้องเจ้าได้นะ…แล้วทำไมเจ้าจึงอยากจะไปจากที่แห่งนี้เล่า ? "
กระต่ายนิ่งไป...ก่อนจะตอบเสียงแผ่วเบา
"
ข้าพเจ้าฝัน...อยากจะได้สถานที่ซึ่งเป็นของตัวข้าพเจ้าเอง
และฝัน...อยากมีคนของตัวเอง คนที่ข้าพเจ้าจะวางใจ
วางหัวใจไว้บนอุ้งเท้าของเขาได้ยามที่ข้าพเจ้าเหนื่อยล้า "
เสือหนุ่มได้ฟัง...มันก็ยกหางยาว ๆ
ขึ้นเกี่ยวร่างน้อยของเจ้ากระต่ายตัวเล็กขึ้น ก่อนที่จะดันให้นอนลง
แล้วจากนั้นจึงใช้อุ้งเท้าที่ใหญ่โตซึ่งเก็บเล็บแหลมคมเอาไว้อย่างเรียบร้อย
วางลงบนลำตัวผอม ๆ ของเจ้ากระต่ายตัวเล็กจ้อยนั้น
" เจ้าจงมอง...ในดวงตาข้าซิ "
เจ้ากระต่ายไม่เข้าใจ...แต่มันก็มองเข้าไปในดวงตาของเสือหนุ่ม
มันเห็นเงาของตนเองในแก้วตาซึ่งใสเป็นประกายใต้รูปตาคมกริบอย่างเผ่าพันธุ์เสือนั้น
" เห็นหรือไม่ ? …เจ้ามีอาณาจักรของตัวเจ้าเองแล้วในดวงตาของข้า แล้วตัวเจ้าก็มีตัวตนที่งดงามในดวงตาของข้า "
เสือหนุ่มเอ่ยบอกเสียงเบา ในขณะที่เมื่อเจ้ากระต่ายที่ได้ฟังก็ค่อย ๆ
แย้มยิ้มอย่างดีใจ...เป็นครั้งแรกที่มันรู้สึกถึงความอบอุ่นลุกเรืองอยู่ภายในอก เหมือนฝูงหิ่งห้อยรวมตัวกันก่อให้เกิดแสงสว่างอ่อนระเรือง
ทว่าให้ความอบอุ่นปลอดภัย
" อาณาจักรของเจ้า สถานที่ของเจ้า...ล้วนอยู่ในตัวข้า แล้วเช่นนี้เจ้ายังจะทอดทิ้งข้าไปใย ? "
เสือหนุ่มหลับตาลงก่อนจะเอ่ยต่อ
น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยร่องรอยสั่นไหวเหมือนปีกแมงปอแตะไล้ให้เกิดรอก
คลื่นเบาบางในบึงสงัด
ซุกซ่อนความกลัวและเปลี่ยวเหงาไว้โดยไม่คิดที่จะแบ่งปัน
" เพียงแค่ข้าหลับตาลง...อาณาจักรของเจ้าก็จะเป็นของเจ้าตลอดกาล แบบนี้เจ้าพอใจหรือไม่? "
เสือหนุ่มซุกปลายจมูกของมันลงบนศีรษะเล็ก ๆ ปุกปุยด้วยขนขาวอย่างปรารถนาเอ่ยบอกถ่อยคำที่มันไม่อาจย้ำด้วยการพูดอย่างตรงไปตรงมาได้หมด
“ เพียงแค่ข้าหลับตาลงเท่านั้น...ก็จะไม่มีผู้ใดรุกรานอาณาจักรแห่งเจ้าได้แม้เพียงครึ่งอุ้งเท้า แล้วเหตุนี้เจ้าจะทิ้งข้าไปใย?”
กระต่าย
ยกอุ้งเท้าที่มีขนลู่ลีบสีขาวขุ่นขึ้นแตะยังปลายจมูกใหญ่โตของเสือหนุ่ม
มันเขี่ยเบา ๆ ส่งผลให้เสือหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ
" ไปด้วยกันไหม ? "
เจ้ากระต่ายเอ่ยถาม แต่เจ้าเสือกลับเอ่ยถามกลับไปเช่นกัน
" ทำไม ?...เจ้าจะอยู่ที่นี่ไม่ได้เลยหรือ ? "
กระต่ายตัวเล็กหลับตาลงบ้าง...ก่อนจะกางอุ้งเท้าแผ่ร่างตัวมันเองแบหราออก
" เจ้าได้ให้อาณาจักรของข้าพเจ้าแล้ว และเจ้าก็ทำให้ข้าได้รู้ว่า...ข้าพเจ้าได้มีคนของตัวข้าพเจ้าแล้วเช่นกัน "
เจ้าเสือหนุ่มไม่เข้าใจ มันจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
" คนของเจ้า...ผู้ใดหรือ ? "
เพียงฟังคำถามนั้น เจ้ากระต่ายก็ค่อยลืมตาขึ้น แล้วจากนั้นมันจึงย้อนถามเสือบ้าง
" เจ้าเห็นอาณาจักรของเจ้าในดวงตาของข้าไหม ? "
เสือคิดได้เช่นนั้นแล้ว มันจึงแยกเขี้ยวใส่กระต่ายก่อนที่จะขดตัวของมันเอง ห่อกระหวัดรัดพันร่างกระต่ายตัวเล็ก ๆ ไว้
" ร้ายเสียจริง!...นี่เจ้าหลอกให้ข้ามาพูดนี่ แล้วถ้าเจ้าไม่บอกว่าจะจากไป...ตัวข้าคงไม่มีวันพูดสิ่งใดอย่างวันนี้ "
เสือบ่นเบา ๆ แต่บนท่าทางเหล่านั้นดวงตาคมกริบก็ละลายแววโศกให้จากไป ...บัดนี้มันปรารถนาเพียงความสุขจากการอยู่ร่วมกันเท่านั้น
บางที...ใคร ๆ อาจจะไม่เคยรู้ แต่เจ้าเสือหนุ่มผู้เก่งกาจนั้นมันก็มีเรื่องที่ตัวมันไม่เก่งอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือการพูดจา
"
ข้าพเจ้าไม่ได้หลอกให้พูด แต่ข้าพเจ้ากำลังคิดว่าถ้าหากเจ้าไม่พูดอันใด
นั่นหมายความว่าข้าพเจ้าจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปหาคนของตนเอง...ที่อื่น "
ทว่ามันไม่เคยคาดหวังให้เจ้าเสือคิดว่าตัวมัน...คือคนของเสือเช่นกัน
เพราะมันปรารถนาเพียงได้รัก...โดยไม่ขอบอกคำรัก
...
หลัง
จากในคืนนั้นทุกตัวในป่าจะได้เห็น...ภาพของเสือหนุ่มตัวโตอันมีกระต่ายตัว
ผอมกระโดดตามติดอยู่ไม่ห่าง ไม่ปรารถนาจะแยกจากกัน
และไม่ปรารถนาที่จะฟาดฟันเพื่อใคร
พวกมันเพียงมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขเพื่อคนของตนเองเท่านั้น
อาณาจักร
ของเจ้ากระต่าย...สวยงามเสมอในดวงตาของเสือหนุ่ม
และยังคงสวยงามอยู่เช่นนั้นตราบจนวันสุดท้ายของร่างลายพาดกลอนที่ใหญ่โตจะ
ยังมีชีวิตอยู่
และอาณาจักรของเสือหนุ่มเอง...ก็ยังคงงดงามอยู่เสมอในดวงตาของเจ้ากระต่ายตัวจ้อยที่อยู่เบื้องหน้ามันเช่นกัน
เรื่องนี้เขียนมาตั้งปีกว่า...หรืออาจจะ2ปีแล้วค่ะ
เราเอามาeditใหม่ แก้สำนวนและอื่นๆนิดหน่อย
เรื่องสั้นนี้เกิดจากการที่คิดว่า...ถ้าคนเราอยากมีอำนาจ เป็นราชา เป็นเจ้าของอะไร ๆ และอยากมีทุกอย่างเป็นของตัวเองไปซะหมด
แบบนี้ถ้าคนทั่วโลกอยากเป็นราชากันหมดทุกคน มันมิแย่เหรอไงนะ
อันที่จริง เราคิดว่า...อยู่ที่ใจ
เราคิดว่า...ทุกคนเป็นราชาอยู่แล้ว อาณาจักรของตนเองทุกคนก็มีอยู่แล้ว คนของตนเองนั้นพวกเขาก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ตัว
...คนบางคนเลือกจะลงทุนลงเวลากับอำนาจ
แต่ คนบางคนเลือกจะทุ่มเวลาและทุกนาทีเพื่อคนที่ตนรักและห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นคนสักกี่คน เป็นใคร พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน หรือใครบางคนที่ได้พบเจอแม้ไม่ได้เป็นญาติสนิทกัน
คำว่า’ของ ๆ เรา’...คำนี้กินนัยไม่เหมือนกันในหัวใจของแต่ละคน
ถ้าคนไหนที่ไม่เคยมีความโลภ...ก็คงต้องการแค่ความสุขและใครสักคนที่เป็นคนของเรา
แต่ถ้าคนไหนโลภ...คำว่า 'ของ ๆ เรา' จะกินนัยขยายไปไม่รู้ที่สุดสิ้น ไม่เคยที่จะรู้จักพอ และอยากได้ทุกอย่างไว้เป็นของตนเองไปซะหมด
ไม่ว่าคน...เงิน...หรือว่าของอะไรอย่างอื่น
แต่ถ้า...
ถ้าหัวใจเรารู้จักคุณค่าของคนของเราคนเดียว
มันก็คงง่ายนิดเดียวที่คุณจะเป็นราชา
มันก็คงจะง่ายนิดเดียว...ที่คุณจะมีดินแดนอันงดงามสงบสุขของตนเอง
และมันก็คงง่ายนิดเดียวที่คุณจะมี...คนของตนเองอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเพียง1คน...
หรือ10คน...100คน...หรือไม่รู้จบสิ้นของจำนวนผู้คนที่อยู่บนโลกใบนี้
ถ้าคุณอยากมีเหรอ ?
....ก็มองเข้าไปในดวงตาของคนที่รักเราสิ
แล้วคุณจะได้เห็น...ตัวเราที่งดงามเสมอในสายตาของเขาสะท้อนอยู่
และก็จะเห็นดินแดนแห่งหัวใจ ที่เขามอบสิทธิ์ให้เราเป็นนาย...ให้เราเป็นราชาหัวใจอยู่ที่นั่นเอง
ถ้า.....คนทุกคนพอใจอยู่ที่ตรงนี้
คุณก็คงจะได้ดินแดนงดงามที่สุดอยู่ในกำมือ
และคุณจะได้เป็นราชาที่ดีที่สุด...ในหัวใจของคนที่รักคุณมากที่สุด
และ....คุณจะได้คนของคุณที่รักคุณที่สุด
โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีคนมากมายรายล้อม แต่ทว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้รักคุณเท่ากับประชาชนเพียงคนเดียวคนนี้ของคุณเลย
…
ราชาที่งดงาม
ดินแดนที่งดงาม
และคนของคุณคนเดียว ที่งดงามตลอดชั่วลมหายใจ
มันจะมีความสุขแค่ไหนที่ได้เจอ...ก่อนที่จะตายจากไปอย่างไม่มีวันได้สัมผัสถึงความสุขอันนั้น


