บันไดขั้นที่ 24 - วันนี้ก็สดชื่นดีนะ
posted on 25 Oct 2009 20:06 by luvlessparadise in Luv-Lifeถ้าการเจริญเติบโตเหมือนกับการเดินขึ้นบันได วันนี้เป็นวันที่เดินขึ้นบันไดขั้นที่24 (แก่เนอะ) เราหวังว่ามันจะเป็นบันไดอีกขั้นหนึ่งซึ่งส่งให้เราสามารถก้าวไปหาบันไดขั้นอื่น ๆ ที่น่าสนใจต่อไปได้ เพราะชีวิตคนเรามันคงจะยาวอย่างเหลือเชื่อ
รวมๆแล้วก็ไม่มีอะไรมาก แค่แก่ลงไปอีกปี วันนี้ไปวัดกับแม่มาตอนเช้า ส่วนเมื่อวานก็ไปที่Central worldเดินเล่น คุย-กินข้าวกับแฟนนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก
เราหวังว่ามันจะเป็นอีกปีที่ดี และตั้งใจว่าจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องเรียนมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหาเวลาให้กับการฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะประมาณวันที่1นี้ก็จะย้ายเข้าไปอยู่ที่หอแล้ว น่าจะเสียเวลาไปกลับระหว่างมหาลัยกับที่พักน้อยกว่าตอนกลับบ้านทุกเย็น แล้วคงทำให้ทำการบ้านได้เร็วขึ้น มีเวลาฝึกอย่างอย่างอื่นมากขึ้นด้วย
อันที่จริงเพิ่งจะจบไฟนอลโปรเจคstopmotionและได้เอางานไปส่งกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง เท่ากับว่าเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้หยุด ไม่ได้ปิดเทอมเท่าไหร่ มีเมื่อวันเสาร์ที่ไปเดินเล่นกับแฟนเท่านั้นที่พอจะเรียกว่าได้พักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ ...แต่ถึงยังไงก็เถอะ พรุ่งนี้วันจันทร์ก็เปิดเทอม2แล้ว ก็ต้องฮึดกันใหม่
วันที่ไปเซนเวิลด์ไปกินข้าวที่ร้าน La Casbah เคยไปกินที่ร้านนี้มาก่อนสักพักมาแล้ว (จริง ๆ ตอนแรกจะไปอีกร้านหนึ่งแต่ฝนตกลงมาทำให้เราตัดสินใจเดินกันที่เซนเวิลด์แทน เพื่อความปลอดภัย เพราะพรุ่งนี้เราสองคนก็จะเปิดเทอมกันแล้ว กลัวไข้จะหามก่อน)
รอบก่อนหน้านี้เคยไปทานซี่โครงแกะ กับ พาสต้า4อย่าง เห็นว่าอร่อยดีก็เลยตัดสินใจกลับไปทานอีกรอบ (จริง ๆ ก็ถ่ายรูป+เอากล้องไปนะ แต่ถ่ายมานิดหน่อย ประกอบกับคนที่ไปด้วยติดจะอาย ๆ กล้อง ยกขึ้นมาก็หลบวิถีกระสุนตลอดเลย 555+ก็เลยเก็บกล้องลงไปเพื่อความสบายใจของคนนั่งข้าง ๆ ดีกว่า 555+ )
รอบนี้เราไปกินอะไรกันไม่มาก บวกกับฝนเองก็ตกลงมา แสงไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ได้เอารูปมาลง แอบน้อยใจแสงนิดหน่อย ถ่ายไม่ค่อยถนัด แต่เราก็คิดว่าตั้งใจว่าจุดประสงค์คือจะไปนั่งกิน คุยกันแบบพักผ่อนมากกว่า ก็เลยเลือกที่จะปล่อยตัวสบายๆทานข้าวไปมากกว่า
รอบนี้เราไม่เปรี้ยวกินเยอะเหมือนหนก่อน ๆ เพราะรอบนี้คนนั่งข้างก็กลัว ๆ ว่ากะเพาะเราจะเป็นอะไรไป ซึ่งเราก็เกรงใจตรงนี้ เพราะเวลาเราไม่สบายขึ้นมา คนที่พูดว่า 'ไปหาหมอเถอะ' แล้วไม่ได้พูดเปล่า ๆ แต่ต้องลำบากพาเรานั่งรถไปหาหมอจริง ๆ ก็เป็นคนที่นั่งข้างเรา ตอนกวาดตามองเมนู...เลยต้องระงับความอยากจะกินลงไปบ้าง555+
เราเลือกกินพาสต้า4อย่างเหมือนเดิมโดยตัดสินใจทานพาสต้าด้วยกันคนละครึ่ง แล้วสั่งอย่างอื่นมาคนละจานเราพยายามสั่งของที่กินง่ายกว่าครั้งที่แล้ว มันคงดีกว่าถ่อไปโรงบาลถึงแถบสาวรีย์บ่อย ๆ Orz เวลาทีมีปัญหาทางเดินอาหาร
แต่ยอมรับว่าตอนกินหมดแอบอยากกินของหวานนะ แต่ว่าหลัง ๆ กินน้อยลงแล้ว ก็เลยเหมือนกะเพาะจะหดลงมาก แค่ที่สั่งมาก็อิ่มแล้ว ถึงจะกินอย่างอื่นต่อได้แต่ก็ตัดสินใจหยุดดีกว่า แล้วนั่งคุยกันเรื่องเทอมใหม่
รู้สึกดีที่ได้พักผ่อนบ้าง ตอนแรกคิดว่าอะไร ๆ จะวุ่นวายมาก คงไม่ว่างทันวันเกิด แล้วคาดว่าอาจจะไม่มีวันพักก่อนเปิดเทอม เพราะไฟนอล ขนาดว่าอยากจะไปเจอกับพี่นิกานก็ยังพลาดไม่ได้ (นี่ขนาดว่าไปจนถึงในเมืองแล้วยังโดนโทรตามกลับไปที่มหาลัยอีก...คิดดู)
เรียกว่าเทอมนี้ทั้งเทอมไม่ได้ออกมาหาอะไรอร่อย ๆ กินเลย มีหนนี้หนเดียว แล้วปุ๊บปับก็เปิดเทอมวันพรุ่งนี้เสียก่อน
สำหรับร้านที่ไปกินข้าวกัน อาหารอร่อย ร้านมีคนแวะเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ มีบรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัวดี พนักงานบริการค่อนข้างดี แล้วก็มีส่วนระเบียงให้นั่งตากลมด้วย
ใครสนใจก็ลองไปทานดู
เลอ คาสบาฮ์ บาย เท็ดส์ (Le Casbah by Teds)
|
แต่ไม่แนะนำให้ไปทานบ่อย ๆ (ฮา) อาหารราคาแบบนี้ ถ้าไม่ซะเหลือเกิน...การไปทานบ่อย ๆ ก็เหมือนฆ่าตัวตายได้เหมือนกัน ราคาก็น่ากลัวใช่ย่อย 555+ถึงจะไม่แพงมากจนเวอร์ก็เถอะ
สำหรับคนที่นาน ๆ จะว่างทีนึง อยากหาร้านที่ชัวร์เรื่องความสงบกับอาหารอร่อย ก็แนะนำลองไปทานดู ถือว่ารวม ๆ แล้วใช้ได้เลย
ปีนี้ได้ของขวัญวันเกิดแบบไม่เต็มใจ(ฮา)ผสมกับโชคชะตาพามา คือ แม่เราประกอบคอมให้น้องใหม่ เลยซื้อจอ SAMSUNG - 20" มา เป็นwildscreen แต่น้องชายไม่เอา จะเอาจอเดิมเพราะจอมันยาวไป เล่นเกมส์แล้วมาราธอนลูกตามองไปซ้ายไปขวาแล้วเมื่อย จอดังกล่าวเลยตกมาอยู่กับเราแทน 555+ แต่....สีสดจ๊อดมากแม่เจ้าประคุณ ตอนเพนต์รูปสีคงเพี้ยนสะเดิดแน่ (คงต้องปรับกันหน่อย ตามอัตภาพ Orz)
กับเมื่อตอนต้นเดือน จู่ ๆ ในธนาคคารมีเงินงอกขึ้นมาทีละ500ทีละ1000 หาสาเหตุไม่ได้ ตอนแรกตื่นตระหนกมาก ไม่รู้มันมาจากไหน แอบคิดว่าอาจจะมีคนโอนมาผิด แต่ปรากฏว่าพวกเพื่อนแก๊งค์ดั้งเดิมโอนมาให้ บอกว่าไม่มีเวลามาเจอกันแน่ ๆ (เป็นเราเองที่ไม่ว่าง) เลยโอนเงินมาให้กัน3-4คน ให้ไปหาของชอบเอาเอง ....ฟังดูดีนะแก 555+ แต่จริง ๆ แล้วขี้เกียจคิดหาของขวัญมากกว่าใช่ไหม๊หื๊ออออ 555+
วันเสาร์กลับบ้านมา ได้รับของขวัญจากพี่ข้างบ้านสมัยเด็ก ๆ เป็นหมอนขนสีม่วง(ม่วงจริง ๆ นะ ม่วงเลย) ผ้านิ้มมาก หมอนนิ่มมากด้วย ดีใจ...กะว่าจะเอาไปใช้ที่หอด้วย
กับอย่างสุดท้าย คือสมุดภาพ CG painting 2 (ไม่ใช่ของไทยนะ)
เล่มนี้ต่างหาก เป็นเล่มที่อยากได้มานานมาก เพราะเราอยากจะพัฒนางานไปทางreallistic แฟนซื้อให้เพราะเห็นว่าเคยวนเวียนไปดูที่Kinokuniyaบ่อย ๆ ...จริง ๆ ตั้งใจว่าจะหารกันคนละครึ่ง เพราะเกรงใจ แต่หลัง ๆ ออกแนวพาหลบไม่ให้เห็น จะได้ไปซื้อไอ้ที่ราคาถูก ๆ กว่านี้มากกว่า 555+ (ยังไงก็เถอะ เกรงใจ...อีกอย่างก็ยังเรียนไม่จบด้วยน่ะนะ ตอนคนจะซื้ออะไรให้ก็เกรงใจพ่อแม่เค้านิดนึง -_-')
แต่หลบไปหลบมาก็ไม่พ้น...แถมโดนเอาคืนด้วยการไม่ให้ช่วยออกอีกต่างหาก Orz เวรกรรม
รวม ๆ แล้วเหมือนเป็นEntryเล่า ๆ เรื่อย ๆ มากกว่า...อายุก็เยอะแล้ว (ฮา) เลยไม่มีอะไรพิเศษเยอะแยะ เน้นพักผ่อนส่วนใหญ่ เพราะก็ใกล้เปิดเทอมแล้วด้วย
คิด ๆ ดูชักเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าช่วงปีสองปีนี้คงไม่ค่อยจะว่าง แต่ถ้าจบแล้วทำงานคงว่างเป็นเวลาล่ำเวลากว่านี้หน่อย จะออกไปมีตติ้งคงจัดเวลาได้ง่ายกว่าตอนนี้ เพราะงานมันสุมเหลือเกิน อย่างเทอมใหม่นี้ก็ล่อเข้าไป 7 ตัวใน...เกินทน แต่คงต้องทนกันอีกชุดใหญ่ แต่คงไม่เป็นไร เพราะจะว่าไปแล้วเทอมที่ผ่านมาก็6ตัวใน น้อยกว่ากันตัวเดียว
จริง ๆ รู้สึกว่าตัวเองโชคดี เพราะมาอยู่มหาลัยนี่ เพื่อนปี1ด้วยกันที่อยู่กลุ่มเดียวกันนิสัยดี ขยัน ช่วยเหลือกันในกลุ่มอย่างดี เราก็เลยพลอยได้อานิสงฆ์บางเรื่องเบาลงไปในบางเวลา ถึงจะเรียนไม่เหมือนกัน แต่ว่าก็มีกลุ่มให้ทำงานของปี1ด้วยกันได้
หลาย ๆ อย่างเราเริ่มทำใจแล้วไม่ค่อยนึกถึง เพราะงานเยอะ ความยุ่งกับงานทำให้เราต้องเลือกให้เวลากับเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องวุ่นวายบางอย่าง แต่ก็เหมือนตัวเองกลายเป็นคนหลังเขานิดหน่อย แต่เพราะมันจำเป็น คนเรามีเวลาแค่24ชม. แล้วเราก็เลือกจะให้เวลากับเรื่องเรียนก่อน
ครอบครัวเราเองก็ไม่ใช่ว่ามีสมบัติเก่าให้เก็บกิน ไอ้หวังจะไปดิ้นตายเอาดาบหน้าคงทำไม่ได้จริง ๆ รู้ตัวว่าเป็นคนพ่ายเรื่องบางเรื่องทำให้ใช้เงินเปลืองในบางอย่างอยู่ แต่ก็คิดว่าถ้าอย่างนั้นก็มีแต่จะต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ มันก็เลยรู้สึกว่า เรื่องที่เรียนอยู่มีค่า ต้องให้ความสำคัญก่อน
อีกปีสองปีข้างหน้า...ถ้าจะเที่ยวเล่นบ้าง มีตติ้งบ้างตอนวันหยุดก็คงไม่สายเกินไป
แต่ก็รู้มาว่าหลายคนเกรดตก เพราะเจออิสรภาพจากมัธยมมาเป็นมหาลัยทำให้เล่นเพลิน...บางทีมองคนที่เด็กกว่าบางคนแล้วเสียใจเพราะโอกาสที่จะได้ทำเรื่องที่ชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ นั้น เราไม่มีอย่างเขา แต่เขาก็ไม่รักษาโอกาสนั้นสักเท่าไหร่
มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราทุกข์เหมือนกัน ที่อายุมากแล้วยังศึกษาไม่เสร็จแบบนี้ แต่ก็วนไปมาแบบคนหลงทาง แต่ก็ยังดีกว่ายังหาทางออกเจอ ดีกว่าไม่มีวันหาเจอเลย
เราเองก็รู้สึกว่าข้อดีของการที่อายุเท่านี้แล้วเพิ่งเข้ามาเรียนในสังคมมหาลัยมันก็มีอยู่ คืออายุขนาดนี้เราก็มีสติระดับหนึ่งแล้ว และคิดว่ามันมากกว่าถ้าจะเป็นตัวเองตอนอายุ18-19แล้วเข้ามาตามเกณฑ์ ทำให้เรามีการจัดระบบให้ตัวเองได้ดีกว่าบางคน ถือเป็นข้อดีในข้อที่ไม่ค่อยจะดีหลาย ๆ ข้อ
อย่างน้อยความล่าช้าก็ยังให้จุดแข็งกับชีวิตนักศึกษาของเรา
ปีนี้คงเป็นปีที่ดี ทุกวันก็คงจะสดชื่นเหมือนเดิม ขอบคุณหลาย ๆ คนที่เอาใจใส่ดูแลถามไถ่เรา บางคนไม่เคยหายไปไหนเลย คอยโทรมาถามไถ่เป็นพัก ๆ สั้นบ้างยาวบ้าง ขอบคุณจริง ๆ
เรื่องนี้มันวัดใจกันเห็นชัดเลยนะว่าใครรักเราจริง คิดถึงเราจริง เราจะรู้ได้ในเวลาแบบนี้นี่แหละ
เราก็หวังว่าคนอื่นจะมีวันเกิดที่สดชื่นสงบสุขแบบเราเช่นกัน
ใครเรียนหนักอย่าเพิ่งท้อ...อย่างน้อยเราก็เหมือนกันนะ(หัวเราะ) มาอดทนไปด้วยกัน
ปล.เกรดยังออกไม่ครบ แต่ตอนนี้เกรดรวมอยู่ที่3.87 ยังขาดเกรดอีก2วิชา ลุ้นอยู่ว่าอีก2ตัวจะฉุดขึ้นหรือฉุดลง ถ้าได้ A อีกสักตัวก็คงดีหรอก 555+ (โดนบางคนเตะ...แต่ก็นะ ไม่ได้วอรี่กับA กับ B หรอก แต่เห็นว่ามันเป็นAมันสบายใจมากกว่า เหมือนเป็นหลักประกันว่าฉันได้เรียนเต็มที่จริง ๆ ไม่ได้ผ่านวิชานั้นมาอย่างย่อหย่อน แต่ก็รู้แหละว่าสาขาอาชีพนี้เกรดไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเรียนจบ ก๊าก !)










